บทที่ 15 มาทำงานพร้อมกัน
“คิดอะไรอยู่เหรอครับ” นาวินเดินออกมาจากครัวพร้อมอาหารเช้า อรุโณทัยสะดุ้งน้อยๆ
“วันนี้แม่ฉันเอาวันเดือนปีเกิดคุณไปดูดวงแล้วค่ะ”
“อยากรู้จังว่าหมอดูชื่อประหลาดจะดูดวงเราออกมายังไง” นาวินพูดพร้อมกับอมยิ้มไปด้วย อรุโณทัยถอนใจเสียงดัง
“จะเป็นยังไงล่ะคะ นอกจากว่าจะออกมาเป็นดวงพวกคุณสองคนไม่ใช่เนื้อคู่กัน อยู่ด้วยกันแล้วบ้านจะร้อนร้าวฉานมีแต่ปัญหา บลาๆๆ” อรุโณทัยแสร้งทำเสียงทุ้มห้าวแหบคล้ายๆ กับเสียงของหมอดูอิทธิฤทธิ์ นาวินหัวเราะตลกกับท่าทางของเธอ
“คุณนี่แสบจริงๆ”
“ฉันพูดเรื่องจริง แสบตรงไหนคะ”
“คร้าบบ ผมไม่เถียงคุณแล้วคร้าบคุณผู้หญิง” นาวินยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วทำหูตาแวววาวใส่ อรุโณทัยอมยิ้ม
“คุณทำอาหารอร่อยมากเลยนะคะ”
“ขอบคุณมากนะครับที่ชม ถ้าคุณชอบผมจะทำให้คุณทานทุกวันเลย” เขาบอก อรุโณทัยเบิกตากว้างขึ้นนิดหน่อยก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้
“คุณคงจะทำอาหารเช้าให้ฉันทานทุกวันไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวอีกสองสามวันพอเรื่องของฉันจบคุณก็ต้องออกจากคอนโดฉันแล้ว” อรุโณทัยพูดเสียงแผ่ว นาวินชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะทำหน้าครุ่นคิด
“อืม ถ้าอย่างนั้นผมขอต่อวีซ่าได้ไหม อยากอยู่กับคุณต่อเรื่อยๆ”
คำขอที่ดังออกมาจากปากนาวินทำให้อรุโณทัยชะงักมือที่ถือช้อนกำลังจะเข้าไป ความร้อนแล่นพล่านไปทั่วใบหน้านวลที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง แม้ว่าแก้มเธอจะมีสีชมพูจากบลัชออน แต่ตอนนี้มันกลับแดงขึ้นกว่าเก่าอีก นาวินจ้องตาเธออย่างไม่ลดละ จนทำให้อรุโณทัยต้องเป็นฝ่ายก้มหน้าหลบสายตา รู้สึกประดักประเดิดทำอะไรไม่ถูก
“ผมล้อเล่นนะครับ อย่าถือสาผมเลย” นาวินกล่าวน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทำให้อรุโณทัยต้องถอนหายใจโล่งอก
“ฉันอิ่มแล้วค่ะ”
“โอเค ผมก็อิ่มแล้วเหมือนกัน ยังไง… วันนี้เราไปรถคันเดียวกันไหม คุณไปกับผม จะได้ประหยัดน้ำมัน ทางเดียวกันไปด้วยกัน” นาวินเสนอ อรุโณทัยพยักหน้าน้อยๆ
“ดีเหมือนกันค่ะ ฉันกำลังขี้เกียจขับรถพอดี”
นาวินขับรถไปจอดที่อาคารจอดรถของบริษัท พออรุโณทัยเดินลงจากรถ สายตาว่องไวของณภัทรก็เห็นเข้า ความคุกรุ่นบังเกิดขึ้นในใจของคนเป็นเจ้านายที่เห็นลูกน้องสนิทสนมกับช่างภาพและหุ้นส่วนบริษัท เขาเดินเร็วๆ เข้าไปหาคนทั้งคู่
“โณ นาวิน” น้ำเสียงห้วนเอ่ยทัก อรุโณทัยชะงักฝีเท้าหันไปมองต้นเสียง
“บอส อรุณสวัสดิ์ค่ะ วันนี้มาแต่เช้าเลยนะคะ” เธอทักด้วยสีหน้าและน้ำเสียงสดชื่นแจ่มใส ต่างจากณภัทรที่มีความขุ่นมัวไปทั่วทั้งหัวใจ
“สวัสดี ทำไมวันนี้คุณสองคนถึงมาทำงานพร้อมกัน” เขามองหน้าอรุโณทัยสลับกับนาวิน นาวินยิ้มเผล ทำหน้าตาล้อเลียนเจ้าเล่ห์พราวระยับ
“ให้ทาย…”
“นาวิน” ณภัทรเรียกคู่สนทนาน้ำเสียงดังขึ้นกว่าเดิม นัยน์ตาฉายชัดถึงความไม่พอใจ
“เรื่องมันยาวน่ะค่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้โณกับคุณนาวินเราอยู่คอนโดเดียวกัน ก็เลยเดินทางมาพร้อมกันค่ะ” อรุโณทัยตอบ ก่อนที่อะไรๆ มันจะบานปลายไปมากกว่านี้
“หา!?”
“โณบอกแล้วว่าเรื่องมันยาว เอาเป็นว่าว่างๆ โณจะเล่าให้ฟังค่ะ แต่รับรองว่าเรื่องระหว่างโณกับนาวินไม่มีอะไรในกอไผ่แน่นอน บอสวางใจเถอะค่ะ โณไม่ทำให้เสียงานหรอก” อรุโณทัยควงแขนณภัทรเดินเข้าบริษัท ทำเสียงออดอ้อนเป็นแมวเหมียว ณภัทรหันไปเหล่นาวินอย่างคาดโทษ ขณะที่นาวินกลับทำท่าทางไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“ถ้าอย่างนั้นกลางวันนี้คุณว่างไหม ผมอยากจะฟังเรื่องยาวๆ ของคุณ” ณภัทรถาม อรุโณทัยรีบพยักหน้า
“ว่างค่ะ ถ้าบอสจะเลี้ยงมื้อกลางวันโณ โณก็พร้อมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังทั้งหมดเลย”
“ดี ถ้าอย่างนั้นกลางวันนี้ผมจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงคุณ คนเดียว…” ถ้อยคำประโยคสุดท้ายเขาเน้นเสียงแล้วหันไปทางนาวินที่ทำหน้าทำตาไม่รู้ไม่ชี้ อรุโณทัยจึงได้แต่เงียบ ไม่พูดอะไรต่อ จนกระทั่งนาวินต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปาก
“ดูคุณณภัทรเขาสนใจเรื่องของคุณมากกว่าปกตินะครับ”
“เหรอคะ ฉันว่าเขาสนใจเรื่องของลูกน้องทุกคนนั่นแหละค่ะ” เธอหันไปบอก นาวินได้แต่ยิ้มน้อยๆ ก่อนที่อรุโณทัยจะขอตัวไปทำงาน
